ประวัติที่มาของแฟรไชส์ลูกชิ้นปลาอรุณี

 

ตั้งแต่ผมจำความได้ บ้านของผมก็คือตึกแถวติดถนนใหญ่สองคูหา คุณพ่อของผมต้องตื่นแต่เช้าตีสี่ เพื่อมาตีลูกชิ้นหลังบ้าน ส่วนหมะม๊าก็เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแต่เช้าขายของให้แม่ค้าที่ตลาดสดแพตาท้วม ตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุ่ม ท่านทั้งสองมีความขยันขันแข็งมาก นอนน้อยทำงานมาก เสียสละเพื่อผมกับน้องสาวมาตลอด

ต่อมาทางราชการก่อสร้างทางด่วนผ่านข้างร้านของเรา ทำให้จอดรถไม่ได้ ร้านก๋วยเตี๋ยวจึงขายไม่ดีเหมือนเดิม ท่านจึงทดลองปิดร้านก๋วยเตี๋ยวมาผลิตลูกชิ้นอย่างเดียว แต่กิจการโรงงานลูกชิ้นก็ประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังมาตลอด คุณพ่อและคุณแม่ของผมบอกว่า การขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นไม่ทำให้ดีเสมอไป แต่เมื่อเราตัดสินใจทำโรงงานลูกชิ้นแล้ว เราจะต้องรับผิดชอบชีวิตของพนักงานเรา เพราะหากเราเลิกกิจการไป พนักงานก็จะตกงาน

ผมกับคุณแม่จึงคิดว่าไหนๆเราก็ลำบากมากแล้ว เราทดลองทำเป็นแฟรนไชส์ดูไหม? คนงานของเราจะได้ไม่ต้องตกงาน .. ที่จริงแล้วเราทำแฟรนไชส์ไม่เป็น เงินลงทุนก็ไม่มี แต่เพราะเงินมรดกหนึ่งแสนบาทที่ผมได้มาจากอากง ทำให้ผมตกลงกับคุณแม่ว่า เราจะใช้เงินก้อนนี้ลองทำแฟรนไชส์ดู ถ้าล้มเหลวเราก็ล้มเหลว

ฝ่ายคุณพ่อผมก็ทดลองปรับปรุงสูตรลูกชิ้นปลาให้ดีขึ้น ผมก็ทดลองเปิดร้านรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวดู แต่ปีแรกนั้นเราขาดทุนล้มเหลวมาตลอด

ถัดมามีหลายท่านทีเดียวที่มาช่วยผมทำให้แฟรนไชส์อยู่รอดได้ มีกุ๊กใหญ่ของโรงแรมท่านนึงสอนผมปรับปรุงสูตรน้ำซุปให้ได้มาตรฐาน, อากู๋กู่ไท้ที่กระทุ่มแบนท่านได้เมตตาสอนว่าจะทำอย่างไรให้ซอสเย็นตาโฟอร่อยได้มาตรฐาน, คุณวินเพื่อนสนิทผมลากผมไปเมืองตรังให้ได้ เพื่อไปชิมก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟต้นตำหรับจากเมืองตรัง คุณวินได้สอนผมให้รู้จักกับโรงงานซีอิ้วที่เมืองตรังเพื่อบอกเคล็ดลับความอร่อยของซอสโฟ นี่จึงทำให้ผมได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเย็นตาโฟที่อร่อยที่สุดไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่อยู่ที่เมืองตรัง .. ด้วยความเมตตาของผู้มีพระคุณเหล่านี้แฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาอรุณีจึงเกิดขึ้นมาได้

ต่อมาเมื่อมีลูกค้ามากขึ้น ผมและคุณแม่จึงได้เริ่มคิดว่า เราควรที่จะผลิตสินค้าที่ปลอดภัยกับผู้บริโภค เราจึงค้นคว้าวิจัยสินค้าใหม่ๆเช่น ซอสเย็นตาโฟปลอดสาร

เมื่อพูดถึงซอสเย็นตาโฟปลอดสาร ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าซอสเย็นตาโฟที่ส่งตามตลาดสดนั้นมีปัญหาเรื่องการใส่สารกันบูดเยอะๆเพื่อให้ตัวซอสทนกับอากาศร้อนๆของเมืองไทยได้ และต้องใส่สีสังเคราะห์เพื่อให้ซอสเย็นตาโฟดูสวยงาม ซอสเย็นตาโฟสูตรเดิมของผมก็ต้องใส่พวกนี้เหมือนกัน แต่ด้วยความที่อยากให้สุขภาพของคนรับประทานดีขึ้น คุณณัฐพร สกุลไทยใจดี (น้องออม) จึงยืนยันว่าเราต้องผลิตมันให้ได้ เราจึงทดลองสูตรต่างๆ 50 กว่าสูตรเลยทีเดียวจนผมและน้องออมก็ท้อถอยอ่อนแรงไปหมด แต่ต่อมาคุณประพรรัตน์ ยิ่งใหญ่ (น้องซาร่าห์) ก็ได้ช่วยเหลือผมให้คิดสูตรเย็นตาโฟสำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือจากอาจารย์อดิศร เสวตวิวัฒน์ ที่คอยให้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางอาหาร และคุณนัฐมนต์ บุญประกอบ (น้องพลอย) ก็ทำให้โปรเจ็คสำเร็จโดยดี กลายเป็นซอสเย็นตาโฟที่ปลอดสารกันบูดและสีสังเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์เป็นเจ้าแรกของเมืองไทย

ต่อมาเราก็ทำลูกชิ้นปลาหมึก โดยคุณสุวรรณี นรเศรษฐ์วรชัย (น้องซู่ซู่) ได้วิจัยทำให้ลูกชิ้นปลาหมึกไต้หวันสำเร็จออกมาขายได้เป็นเจ้าแรกของเมืองไทย

ท้ายสุดคุณแม่ผมก็ริเริ่มให้ผลิตเกี๊ยวปลา ซึ่งคุณแม่ผมก็ยืนหยัดในการทำเกี๊ยวปลาสูตรดั้งเดิม ที่ปลอดสารกันบูด เกี๊ยวปลาอรุณีจึงเป็นสินค้าอีกตัวหนึ่งที่น่ารับประทานเหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ

ที่อรุณีเราตั้งใจที่จะทำงานอย่างเข้มแข็ง เพื่อผลิตสินค้าดีๆให้ประชาชนไทยได้รับประทาน

บริษัท สุวรรณภูมิ ฟู้ด จำกัด 9/1 หมู่ 15 ถนนกิ่งแก้ว ซอย 43 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540